กระเป๋าผ้า ทางออกของการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมจริงหรือ???

ถุงผ้าจะช่วยลดปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมได้จริงหรือ ลองใช้กระเป๋าหนังแท้ดูไหม

สารบัญ

แทบจะเป็นประเด็นร้อนแรงของต้นปีจริง ๆ สำหรับการที่ภาครัฐออกมารณรงค์งดแจกถุงพลาสติกโดยเริ่มจากห้างร้านดัง ๆ ทั่วประเทศ มีทั้งคนชื่นชมและมีทั้งกร่นด่าเอาหล่ะซิปัญหานี้เกิดจากอะไรกันแน่ กระเป๋าผ้าจะเป็นทางออกของการแก้ปัญหาจริงหรือไม่

เราคงต้องมาวิเคราะห์แล้วมองในมุมมองที่ต่างกันออกไปดีไหม ซึ่งบทความนี้จะเจาะลงไปเกี่ยวกับการงดใช้ถุงพลาสติกและการใช้กระเป๋าผ้า

งดแจกถุงพลาสติกเป็นการแก้ปัญหาที่ถูกต้องหรือไม่

ทำไมรัฐบาลถึงได้ออกมากระตุ้นให้เกิดภาวะการลดใช้ถุงหิ้วพลาสติก หรือถุงก๊อปแก๊ปมีบางคนก็เริ่มหันมามองกระเป๋าหนังแท้ใบใหญ่ ๆ ไว้ใส่ของเวลาไปร้านสะดวกซื้อกันบ้างแล้ว

หรือบางคนก็ใช้สิ่งของสารพัดที่อยู่ในครัวเรือนออกไปใส่ของก็มีให้เห็นกันตามอินเทอร์เน็ตมากมายเช่น กระเป๋าผ้าแคนวาส,ตะกร้า, ถังพลาสติก, ถุงกระสอบ, ฯลฯ

อ่านเพิ่มเติม : อะไรเอ่ย? ใช้ทำกระเป๋า

ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดจาก มนุษย์ทำให้ธรรมชาติเกิดการเปลี่ยนแปลง
สิ่งแวดล้อมที่เป็นธรรมชาติ จะค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงไปเพราะน้ำมือของมนุษย์

นี่คือสารพัดวิธีที่คนไทยคิดขึ้นมาเพื่อช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อมของโลก ในเมื่อเราจะพูดถึงสิ่งแวดล้อมแล้ว เรามาทำความรู้จักกับสิ่งแวดล้อมกันก่อนดีไหม ?

เริ่มกันที่คำว่า “สิ่งแวดล้อม”

ความหมายของสิ่งแวดล้อมคือ สิ่งที่อยู่รอบ ๆ ตัวเรา คือมองไปเจออะไร เห็นอะไรนั้นแหละคือสิ่งแวดล้อม จะเป็นสิ่งมีชีวิตหรือไม่มีชีวิตก็ได้หรืออาจจะเป็นนามธรรม เช่น วิถีชีวิตชาวบ้าน ความเชื่อ ซึ่งตรงนี้แต่ละพื้นที่ หรือแต่ละประเทศนั้นแทบจะมีไม่เหมือนกันเลย ไม่ต้องมองอะไรไกลตัว

ยกตัวอย่างเช่น ปลาร้า  อาหารสุดฮิตของภาคอีสาน คนอีสานกินกันเป็นปรกติ อร่อยมากมาย  แต่สำหรับบางคนบางภาค กลับไม่สามารถทานได้ นี่แหละคือความแตกต่าง ที่เกิดจากนามธรรม

สิ่งแวดล้อมแบ่งออกเป็นกว้าง ๆ เป็น 2 แบบคือ

1. สิ่งแวดล้อมที่ธรรมชาติสร้างขึ้นเอง เช่น

  • ภูเขา
  • ทะเล
  • แม่น้ำ
  • ดิน
  • อากาศ
  • ทรัพยากรต่าง ๆ
สิ่งแวดล้อมที่เกิดจากธรรมชาติสร้างสรรค์ขึ้นมา
สิ่งแวดล้อมที่เกิดจากธรรมชาติ สวยงามและเป็นแบบนี้มานานแล้ว

2. สิ่งแวดล้อมที่มนุษย์สร้างขึ้น

  • ขบมธรรมเนียม
  • ประเพณีวัฒนธรรม
  • ชุมชนบ้านเมือง
  • สิ่งก่อสร้างต่าง ๆ
อาคารต่าง ๆ ที่มนุาย์สร้างขึ้น นี่คือสิ่งแวดล้อมที่ถูกสร้างขึ้นมา
อาคารตึกสูงใหญ่มากมายที่เห็นกันได้ทั่ว ๆ ไปตามเมืองใหญ่ นี่คือสิ่งที่ มนุษย์สร้างขึ้นมา

สิ่งแวดล้อมที่ธรรมชาติสร้างขึ้น คือสิ่งที่ดีและเป็นประโยชน์กับมนุษย์มากมาย โดยตั้งแต่มนุษย์เริ่มรู้จักการนำทรัพยากรธรรมชาติมาใช้ เพื่อตอบสนองความต้องการของตัวเองอย่างไม่ยั้งคิดก็เริ่มที่จะทำให้สิ่งแวดล้อมที่เกิดจากธรรมชาติ เริ่มเสียสมดุล ลองคิดง่าย ๆ ทุกวันนี้ มนุษย์เปรียบเหมือนก้อนเนื้อมะเร็งของโลกใบนี้

นั่นเพราะว่าทุกวันนี้ อัตราการเติบโตของประชากรโลกนั้นสูงมาก เรียกได้ว่ามีการขยายพื้นที่การอยู่อาศัยมากขึ้น ในบางประเทศมีการถมพื้นที่ทะเล เพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยยกตัวอย่างเช่น ประเทศฮ่องกง ที่อยู่ใกล้ ๆ บ้านเรานี่เอง ฮ่องกง เป็นประเทศที่เป็นเกาะเล็ก ๆ แต่มีประชากรที่เยอะมาก แออัดเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก

ฮ่องกงเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีประชาการหนาแน่นมากที่สุดแห่งขึ้นของโลก
ความหนาแน่นที่เราจะพบเห็นได้มากตามเมืองใหญ่ ที่มีประชากรหนาแน่น

ประชากรมีเพิ่มมากขึ้น แต่พื้นที่ใช้สอยกลับน้อยลง นี่แหละสาเหตุที่ทำให้เกิดแนวคิดการทำเกาะเทียม หรือการถมทะเล โดยรัฐบาลฮ่องกง พยายามพลักดันให้เกิด เมกะโปรเจคนี้ขึ้นให้ได้

โดยวางงบประมาณไว้สูงถึง 2.5 พันล้านล้านบาท ที่อยากจะผลักดันให้โครงการนี้สำเร็จภายในปี 2568 ต้องการให้เกาะมีขนาดใหญ่มากถึง 6300 ไร่ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นสวนสาธารณะเซ็นทรัลพาร์ค ในนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ประมาณ 3 เท่า

แต่โครงการนี้ก็มีปัญหา เนื่องจากมีประชาชนจำนวนมากไม่เห็นด้วยกับโครงการนี้ เนื่องจากเล็งเห็นว่าโครงการนี้เป็นการผลักภาระของมนุษย์ไปยังสิ่งแวดล้อม

เมื่อพูดถึงการถมทะเลแล้ว คงอดพูดถึงสุดยอดการถมทะเลที่เรียกว่า สร้างสิ่งมหัศจรรย์ขึ้นมานั้นคือ  มหานครดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

ดูไบเป็นนครใหญ่สุดของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
ดูไบเป็นนครใหญ่สุดของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

หลายคนคงรู้แล้วว่าหมายถึงอะไร ใช่แล้ว เกาะต้นปาล์ม นั่นเองเกาะต้นปาล์มเกิดขึ้นจากแนวคิดของ เชค โมฮัมเหม็ด บิน ราชิต อัล มาคทูม เจ้าผู้ปกครองเมืองดูไบ เพราะมีแนวคิดที่ว่าอยากจะสร้างแหล่งท่องเที่ยว สร้างจุดพักแวะที่เรียกได้ว่าสุดยอดของตะวันออกกลางขึ้น จึงเริ่มมีการถมทะเล เพื่อสร้างเป็นที่พักและที่อยู่อาศัย

เรียกได้ว่าด้วยอำนาจเงินก็ทำได้สำเร็จตามที่คิดหวังไว้จริง ๆ  ซึ่งทำให้มีนักท่องเที่ยว ไปเที่ยวทำให้เกิดเม็ดเงินมากมาย แต่สิ่งที่ตามมาคือสภาพสิ่งแวดล้อมที่เสียไปอย่างไม่มีวันกลับมาได้ดีดังเดิมนี่เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่ามนุษย์กำลังจะทำร้ายโลก ด้วยการสร้างสิ่งแวดล้อมที่ทำด้วยน้ำมือมนุษย์เข้าไปแทรกแซงธรรมชาติ

สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อม

  • ตัดไม้ทำลายป่ากันมากขึ้น
  • มีการใช้สารสังเคราะห์ที่สลายตัวได้ยากเช่น พลาสติก โฟม
  • การใช้สารจำพวกก๊าช เช่น ฟรีออน ซึ่งใช้ช่วยในการฉีด สเปรย์และใช้ในเครื่องทำความเย็น สารเหล่านี้มีส่วนทำให้เกิดการทำลายโอโซน ทำให้โลกร้อนขึ้น
  • มีการเผาเชื้อเพลิงตามโรงงานอุตสาหกรรมหรือตามครัวเรือนมากขึ้นในทุก ๆ ปี
  • ก๊าชที่เหลือจากการเผาไม้ของเชื้อเพลิง เช่น รถยนต์ จักรยานยนต์ เช่น ออกไซค์ของไนโตรเจนและคาร์บอน
การตัดต้นไม้ เพื่อนำไปใช้งาน เช่นทำกระดาษ หรือตัดเพื่อการเกษตร
การตัดไม้ทำหลายป่า เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้สิ่งแวดล้อมแย่ลงในทุกวินาที

ตรงนี้เราจะเห็นได้ว่า มนุษย์เรานั้นเองเป็นตัวสร้างปัญหาและทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมอย่างหนักในช่วงนี้ ด้วยเหตุนี้ ทำให้หลาย ๆ ประเทศเริ่มหันมาหาทาง ช่วยรักษาโลก

การรักษาโลกนั้นก็มีได้หลายวิธี

  • ช่วยกันลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติใช้แค่พอดี
  • ช่วยกันปลูกต้นไม้ ปลูกอะไรก็ได้ที่ชอบไม่จำเป็นต้องปลูกต้นไม้ใหญ่
  • หมั่นดูแลรักษาเครื่องยนต์ของคุณอยู่เสมอ เพื่อลดเขม่าควันที่ปล่อยของเสียออกมา
  • เลือกใช้ของที่สามารถใช้ซ้ำได้หลายครั้ง หรือมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน
  • เลือกใช้วัสดุธรรมชาติ ก่อนสารสังเคราะห์เสมอ เช่น การลดใช้โฟม ถุงพลาสติก
การปลูกต้นไม้ เพื่อทดแทนต้นไม้เก่าที่ถูกตัดไป เพื่อทำถุงผ้า
ช่วยกันปลูกต้นไม้ คนละต้นสองต้นก็ช่วยให้โลกเราดีขึ้นได้ “โลกสวยด้วยมือเรา”

ที่พิมพ์มานี่เหมือนง่ายนะ แต่จริง ๆ แล้วจะทำกันได้สักกี่คน หลายประเทศเขาก็คิดแบบนี้เหมือนกัน เขาจึงเริ่มค่อย ๆ เปลี่ยนแนวคิดของคนในประเทศด้วยออกนโยบาย กระตุ้นทางด้านความคิด

การกระตุ้นทางด้านความคิด

กระตุ้นอย่างไร ยกตัวอย่างเช่นประเทศญี่ปุ่น  รถยนต์ของเขามีอายุการใช้งานเพียงแค่ไม่กี่ปี  ก็ต้องหยุดใช้กันแล้วเนื่องจากมีนโยบายที่ต้องการให้ซื้อรถคันใหม่ เพื่อควมคุมมลพิษทางอากาศ

รถเก่ามันก็ย่อมปล่อยของเสียมากกว่ารถใหม่ ดังนั้นทางรัฐบาลญี่ปุ่นถึงออกมาใช้มาตรการบังคับทางด้านภาษีแทน นั้นทำให้รถญี่ปุ่นมีอายุการใช้งานที่น้อยแต่พี่ไทยเราฉลาดไม่แพ้ชาติใดในโลก  นำอะไหล่ที่เก่าของรถญี่ปุ่นมาขายมือสองในไทย นี่แหละครับที่เรียกว่านโยบายเป็นตัวขับเคลื่อนจริง ๆ

อย่างญี่ปุ่น กระเป๋าหนังแท้ 1 ใบใช้กันจนหมดอายุการใช้งานจึงจะทิ้ง คือทางญี่ปุ่นเขารู้ว่า ใช้อะไรก็ตามแค่ก็ควรใช้งานให้มันสุดอายุการใช้งานไปเลยไม่ใช่ ซื้อใหม่แล้วทิ้ง ดังนั้นกระเป๋าหนังแท้ จึงได้รับความนิยมมากในประเทศญี่ปุ่น เนื่องจากมีอายุการใช้งานที่นานกว่าหนังเทียม จึงเป็นการลดมลภาวะทางสิ่งแวดล้อมได้อีกทางหนึ่งด้วย

การเก็บและคัดแยกขยะก่อนทิ้งเพื่อลดโลกร้อน

อีกอย่างหนึ่งที่น่ายกย่องของชาวญี่ปุ่นคือ การเก็บขยะ คนญี่ปุ่นเน้นมากเรื่องการแยกขยะ ให้เป็นประเภท โดยมีการปลูกฝังกันตั้งแต่เล็ก เช่น

  • ขยะเผาได้
  • ขยะเผาไม่ได้
  • ขยะที่สามารถรีไซเคิลได้
  • ขญะขนาดใหญ่
ญี่ปุ่นคือประเทศที่สะอาดและมีการแยกเก็บขยะอย่างถูกต้องโดยปลูกฝังมาตั้งแต่เด็ก
การปลูกฝังเรื่องสิ่งแวดล้อมของญี่ปุ่นมีมานานมาก และเริ่มทำกันอย่างจริงจังโดยเริ่มจากสิ่งใกล้ ๆ ตัวอย่างขยะ

แค่ 4 ประเภทนี้ชาวญี่ปุ่นเขาทำได้ โดยเริ่มตั้งแต่สอนในโรงเรียนเด็กเลย เขามีการรณรงค์อย่างต่อเนื่องมาเป็นสิบ ๆ ปี มีการสอนการแยกขยะให้ถูกต้องทุกวันนี้ญี่ปุ่นเป็นประเทศนำร่องของทั่วโลกที่หันมาแยกขยะให้เป็นประเภท พอแยกได้เรียบร้อยแล้ว ทางรัฐบาลญี่ปุ่นก็ได้มีการนำขญะเหล่านี้ไปกำจัดอย่างถูกต้อง

การนำขยะไปใช้ผลิตกระแสไฟฟ้า

เมื่อพูดถึงการกำจัดขยะก็ต้องพูดถึงประเทศหนึ่งในโลกที่ได้รับการยอมรับว่า กำจัดขยะได้ดีที่สุดในโลก นั้นคือ ประเทศสวีเดนสวีเดนเคยเป็นประเทศที่มีขยะมากเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก แต่ทุกวันนี้ สวีเดนได้เปลี่ยนจากประเทศที่มีขยะมาก เป็นประเทศที่ต้องนำเข้าขยะไปซะแล้ว

คนที่อ่านตรงนี้คงคิดว่าพิมพ์อะไรผิดหรือเปล่า จะบอกว่าไม่ผิดเลยสักนิด สวีเดนเป็นประเทศที่มีการแยกขยะได้ดีมาก ประเทศหนึ่งของโลกโดยสาเหตุที่ขยะหมดประเทศมาจากเทคโนโยลีการผลิตกระแสไฟฟ้าจากขยะนั่นเอง สวีเดนมีการนำขยะไปใช้เป็นพลังงานไฟฟ้า จนทำให้ขยะทั้งประเทศไม่เพียงพอต่อการผลิตกำลังไฟฟ้า

พลังงานไฟฟ้าของ สวีเดน ที่ผลิตมาจากขยะที่คัดแยกไว้ ทำให้ได้พลังงานที่ช่วยลดขยะในประเทศไปได้มาก
พลังงานไฟฟ้าของสวีเดน ที่ผลิตจากขยะสามารถผลิตกำลังไฟฟ้าได้มาก เพียงพอต่อการใช้งานภายในประเทศ

ด้วยเหตุนี้จึงเป็นสาเหตที่สวีเดนต้องนำเข้าขยะจากต่างประเทศเพื่อมาใช้ผลิตกระแสไฟฟ้ากันเลยดีเดียวแต่สวีเดน ก็ไม่ใช่ว่าจะทำทั้งหมดนี้เพียงชั่วข้ามปี  แต่เขาใช้เวลามานานถึง เกือบ 10 ปี ถึงจะเป็นรูปร่างได้ตามนี้ สาเหตุเพราะประเทศเขามีการตื่นตัว มีการปลูกจิตสำนึกของการรักษาสิ่งแวดล้อม โดยมองจากสิ่งเล็ก ๆ นั้นคือการแยกขยะ

สำหรับประเทศไทยก็เช่นเดียวกัน กระแสเรื่องภาวะสิ่งแวดล้อมโลกมีมานานแล้ว แต่คนไทยไม่ค่อยจะให้ความสำคัญกันมากเท่าไหร่ ซึ่งตรงนี้เกิดจากการที่ไม่ค่อยมีนโยบายกระตุ้น

พอไม่มีการผลักดันจากรัฐบาลมากเท่าที่ควรทำให้ หน่วยงานภาครัฐที่คอยรับผิดชอบเรื่องสิ่งแวดล้อมทำงานได้ยากขึ้นไปด้วย

กระแสตื่นตัวภาวะฝุ่นละลอง PM 2.5

แต่เนื่องด้วยเหตุการณ์ในปัจจุบัน ภาวะสิ่งแวดล้อม มลพิษต่าง ๆ เริ่มมีผลต่อคนไทยมากขึ้นเช่น ปี 2562 เกิดภาวะ กระแสตื่นตัว ตื่นตูม ฝุ่นละอองในอากาศซึ่งมีอนุภาคเล็กมาก โดยมีขนาดเล็กกว่า  2.5 ไมโคร หรือที่ชาวบ้านเรียกกันติดปากว่า PM 2.5

เป็นภัยเงียบ ซึ่งมีมานานแล้วแต่ขาดการโปรโมทจากภาครัฐทำให้กระแสตื่นต้วน้อยมาก แต่ในปี 2562  เกิดภาวะ ฝุ่นละอองเกิดขึ้นในกรุงเทพฯ อันนี้ทำให้เกิดกระแสการใส่หน้ากากกันเต็มตัวรวมถึงการใช้ฟอกอากาศกันอย่างแพร่หลาย นี่หล่ะครับถึงบอกว่าต้องให้ภัยมาถึงตัวก่อนถึงจะเริ่มรู้จักการป้องกัน

ฝุ่นละลองในอากาศ มีอนุภาคที่เล็กมาก และนั้นทำให้มีอันตรายต่อสิ่งมีชีวิต
ฝุ่นละลองมีขนาดเล็กมาก และไม่ลอยไปไหนไกลทำให้มีผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้คนที่อาศัยอยู่ในบริเวณนี้

เรื่องถุงผ้าก็เช่นกัน ถุงผ้า จริง ๆ แล้ว คือนโยบายอันแรก ๆ ของประเทศไทยเลยนะ ที่จะเริ่มให้คนไทยกลับมามองเห็นถึงมลภาวะที่เกิดจากมนุษย์

สารพัดปัญหาที่ตอนนี้มีคำถามขึ้นมาในโลกโซเซียลมิเดีย

ตอนนี้งดแจกกันแล้วโดยขอความร่วมมือจากร้านดัง ๆ ทั่วประเทศว่าให้งดแจกถุงพลาสติก ตรงนี้มีประเด็นมากมาย เช่น

  • งดแจกถุง แต่ไม่มีสิ่งทดแทน?
  • งดแจกถุง เอื้อประโยชน์กับผู้ประกอบการหรือไม่
  • งดแจกถุง แต่มีการ ขายกระเป๋าผ้า
  • กระเป๋าผ้าสปันบอร์น อันตรายหรือไม่ เห็นทำมาขายกัน
  • อยากจะใช้กระเป๋าหนังแท้ใบใหญ่ ๆ สำหรับทดแทนถุงพลาสติก จะหาได้จากไหน
ถุงกระดาษที่ใช้ในการช่วยลดโลกร้อน
ถุงกระดาษที่หลาย ๆ คนอยากให้ร้านสะดวกซื้อแจกเมื่อเวลาซื้อสินค้า

จริง ๆ แล้วตรงนี้เป็นประเด็นที่อ่อนไหว แต่เราจะมาเน้นเรื่อง ถุงผ้า กับถุงพลาสติกก่อนก็แล้วกัน

จุดเริ่มต้นของถุงพลาสติก

ถุงพลาสติกจริง ๆ คนที่คิดค้นขึ้นมาคือ นายสเตียน กุสตาฟ ทูลิน ชาวสวีเดน ได้คิดค้นถุงพลาสติกขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1959  ซึ่งจริง ๆ แล้วคนที่คิดเขาอยากจะลดโลกร้อน

คนอ่านเริ่มงงอีกแล้ว ก่อนหน้านี้บอกพลาสติสเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน ตอนนี้ทำไมบอกว่า คนคิดถุงพลาสติกจะช่วยลดโลกร้อนคือแบบนี้นะ แนวคิดของเขาคือ ในยุคนั้น ( ค.ศ. 1959 ) เป็นยุคที่เรียกว่าใช้ถุงกระดาษกันมากมาย แล้วไอ้เจ้าถุงดาษ มันก็ทำให้เกิดการตัดต้นไม้มากขึ้น นี่แหละคือสาเหตุที่ทำให้เกิดแนวคิดที่ว่า

ถุงพลาสติก มีการคิดค้นของชาวสวีเดน โดยมุ่งหวังให้ลดการใช้ถุงกระดาษ
ถุงพลาสติกที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย มีต้นกำเนิดจากสวีเดน แต่มนุษย์ใช้ผิดวัสดุประสงค์ของการออกแบบในครั้งแรก

จะต้องสร้างอะไรสักอย่างซึ่ง ทนทาน บางและน้ำหนักไม่มากนักออกมาทดแทนถุงกระดาษ ซึ่งหลังจากการค้นคว้าอยู่นานก็ได้ค้นพบเจ้าถุงพลาสติกขึ้นมาโดยถุงพลาสติก 1 ใบ สร้างมลพิษทางอากาศน้อยกว่า ถุงกระดาษถึง 3 เท่า เห็นข้อดีแบบนี้เลยมีการทำให้กระแสการใช้ถุงพลาสติกเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

เวลาที่ใช้ในการย่อยสลาย

โดยเจ้าถุงพลาสติกกว่าจะย่อยสลายได้ก็ใช้เวลาประมาณ 450 ปีขึ้นไป นั้นหมายความว่า เจ้าถุงพลาสติกใบแรก หากยังผังดินอยู่ ก็คงอยู่ใต้ดินจนถึงทุกวันนี้เลยทีเดียว

กระเป๋าผ้ารักโลก

ทีนี้กระเป๋าผ้าในปัจจุบันนี้ มันอาจจะไม่ใช่กระเป๋าแบบที่ชาวรักโลกต้องการกันจริง ๆ ก็ไปเป็นได้ เพราะกระเป๋าผ้าที่ทำจากผ้าฝ้ายนั้นหายากและราคาค่อนข้างจะแพงเอาเรื่องตอนนี้มีเทคนิคที่เรียกว่าการผสม เส้นใยพอลิเอสเตอร์ลงไปในเนื้อผ้า หรือในวงการเรียกกันว่า ผ้าทีซี ซึ่งบอกได้เลยว่าย่อยสลายได้ยากกว่าถุงพลาสติกปรกติอีก

กระเป๋าผ้ารักโลกที่ใช้กันทั่วๆ ไปมีสีที่สวยงาม สามารถใช้แทนถุงพลาสติกได้
ผ้าที่อาจจะไม่ใช่ผ้าฝ้าย 100% อย่างที่เราคิดกัน

ควรใช้วัสดุที่ใช้ซ้ำได้หลาย ๆ ครั้ง

คืออยากให้มองว่าถุงผ้าที่จะใช้ เราจะใช้อะไรก็ได้แต่ควรจะใช้อย่างซ้ำ ๆ นี่แหละคือทางออกของการแก้ปัญหาโลกร้อนที่เกิดจากการใช้พลาสติกเราควรเน้นใช้อะไรก็ได้

แต่ควรใช้ซ้ำให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ อย่างถุงพลาสติกในเมืองไทย มีการทำข้อมูลออกมาแล้วว่า ใน 1 คนนั้นจะใช้ถุงพลาสติกเฉลี่ยแล้ววันละ 8 ใบเลยทีเดียว ซึ่งตรงนี้ผิดวัสดุประสงค์ของการผลิตถุงพลาสติกในตอนแรก

เห็นหรือยังว่าไม่ว่าคุณจะใช้ถุงอะไรก็ตามแต่ ล้วนแล้วแต่มีผลกับสิ่งแวดล้อมอยู่แล้ว แต่นั้นขึ้นอยู่กับว่าคุณเลือกที่จะใช้ถุงทีว่านี้จำนวนกี่ครั้งมากกว่า

อย่างในต่างประเทศก็นิยมใช้ถุงกระดาษเป็นหลักคือหากถามว่าถุงกระดาษดีต่อโลกไหม ก็ไม่เต็มปากเพราะถุงกระดาษก็ทำจากต้นไม้ ซึ่งแน่นอนว่ามีการตัดต้นไม้เพื่อทำกระดาษอยู่ดี

แม้ว่าจะมีการรีไซเคิลได้ แต่สุดท้ายแล้วถุงกระดาษจะใช้ได้กี่ครั้งต่อการผลิต นี่แหละคือคำตอบที่ว่า ถุงผ้าคือทางออกของการแก้ปัญหาจริงไหม ลองอ่านแล้วคิดเอาเอง คำตอบอยู่ในใจคุณแล้ว

หากไม่ชอบถุงผ้าก็ใช้กระเป๋าหนังแท้แทนได้

หรือหากใครไม่ชอบถุงผ้าหรือถุงกระดาษจะหันมาใช้กระเป๋าเป้หนังแท้ของ MARAH ก็ได้นะคะ ผลิตจากหนังวัวแท้คุณภาพสูง 1 ใบใช้กันยาว ๆ  10 ปียังไม่พังเลย อีกทั้งเป็นงานแฮนด์เมดรับประกันไม่ซ้ำใครแน่นอน

โดยในปีต่อ ๆ ไปรัฐบาลจะเริ่มมีการงดใช้สิ่งของที่ทำจากพลาสติกไปเรื่อย ๆ  ตรงนี้อยากให้คนไทยเริ่มปรับตัวกันได้แล้วอย่างน้อย ก็เริ่มจากตัวเองและคนรอบข้าง เพื่อโลกของเรา เพื่อลูกหลานของเราในอนาคต

อ้างอิง

sg.asiatatler.com

vice.com

independent.co.uk